บัณฑิตอาสา ม.อ.แนะเยาวชนรู้คุณค่าใช้ประโยชน์ที่นา บ้านเกาะกลาง กระบี่ ยับยั้งการขายที่ดินแก่นายทุน

บัณฑิตอาสา ม.อ.สอนการใช้ประโยชน์พื้นที่นาบ้านเกาะกลาง ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ให้ลูกหลานรู้จักคุณค่าวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน เรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อใช้จ่ายในศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรมบ้านเกาะกลางพร้อมทั้งสร้างอาคารเรียนให้เยาวชน และเป็นแปลงนาต้นแบบให้กับชุมชนได้เรียนรู้ต่อไป เพื่อยับยั้งการขายแปลงนาแก่นายทุน

นางสาวอัสมะห์ เซ็งสะ บัณฑิตอาสามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ผศ.สอรัฐ มากบุญ ที่ปรึกษาโครงการ ผู้พัฒนาและสอนให้ลูกหลานในพื่นที่ ที่รู้จักคุณค่าวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน กล่าวถึงโครงการว่า บ้านเกาะกลางเป็นชุมชนกลางน้ำ มีพื้นที่นา จำนวน 1,000 ไร่ ทั้งที่ใช้ประโยชน์และไม่ใช้ประโยชน์ ปล่อยให้รกร้าง ที่ใช้ประโยชน์ได้ก็ใช้เฉพาะในช่วงฤดูกาลทำนาเพียงปีละครั้ง แล้วก็ปล่อยให้หญ้าขึ้นกลายเป็นอาหารของสัตว์เลี้ยง ลูกหลานในท้องถิ่นรุ่นใหม่ เห็นว่าการทำนาไม่คุ้มค่ากับการลงทุนจึงขายที่นาให้กับนายทุนเพื่อนำที่นาไปทำเป็นประโยชน์อย่างอื่น เช่น ทำที่พักเพื่อรองรับความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยว

“ในอดีต พื้นที่นา คือ ชีวิตของชาวบ้าน แต่ลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการประกอบอาชีพทำนา ไม่เห็นคุณค่าและประโยชน์ของพื้นที่นา โครงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์พื้นที่นาบ้านเกาะกลางจึงดำเนินงานเพื่อพัฒนาการใช้พื้นที่นาให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น และส่งเสริมการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชน โดยเน้นการปฏิบัติการบนพื้นที่จริง ด้วยการใช้พื้นที่นาร้าง จำนวน 2 แปลงที่ได้รับความอนุเคราะห์จากคนในชุมชนสร้างต้นแบบการใช้ประโยชน์จากพื้นที่นาในรูปแบบต่างๆ ให้กับเยาวชนและคนในชุมชนได้เห็นถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่นาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด มีการลงมือทำนาจริงทั้งนาดำและนาโยน ทำแปลงปลูกผักปลอดสารพิษด้วยตนเอง”

อนึ่ง ตำบลคลองประสงค์ จ.กระบี่ มีพื้นที่ตำบลทั้งหมดประมาณ 76 ตารางกิโลเมตร หรือ 47,500 ไร่ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านเกาะกลาง หมู่ที่ 2 บ้านคลองประสงค์ หมู่ที่ 3 บ้านคลองกำ หมู่ที่ 4 บ้านบางขนุน มีพื้นที่เหมาะแก่การเกษตรโดยเฉพาะการทำนาซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ส่วนพืชอื่น ๆ ที่ปลูกได้แก่มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา การประกอบอาชีพโดยทั่วไปของประชากร มีลักษณะผสมผสานระหว่างการประมงชายฝั่งและการเกษตร โดยส่วนใหญ่ประชาชนในพื้นที่เป็นชาวมุสลิม

จากการที่โครงการบัณฑิตอาสา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เข้าไปพัฒนา ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่นาร้าง จำนวน 2 ไร่ โดยนำลูกหลานในพื้นที่ทำนา และปลูกผักปลอดสารพิษ ได้ข้าวเปลือก 120 กิโลกรัม และผักปลอดสารพิษที่ปลูกโดยเยาวชน ซึ่งสามารถนำไปขายได้เงิน จำนวน 7,000 บาท เด็กๆ ได้เรียนรู้การทำนา สัมผัสถึงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน เห็นความยากลำบากในการทำนาและเห็นคุณค่าของข้าวมากขึ้น มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ กล้าแสดงออกมากขึ้น มีจิตสำนึกที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

สิ่งที่สำคัญคือลูกหลานได้รู้จักคุณค่าวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชุมชน ได้ปลูกและรับประทานผักที่ปลอดสารพิษ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อใช้จ่ายในศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรมบ้านเกาะกลางพร้อมทั้งสามารถสร้างอาคารเรียนให้เยาวชน และเป็นแปลงนาต้นแบบให้กับชุมชนได้เรียนรู้ต่อไป ยับยั้งการขายที่นาให้แก่นายทุน แล้วย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่