ม.อ.จับมือภาครัฐ แถลงข่าวการสัมมนานาชาติด้านอิสลาม ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ก่อนเริ่มเปิดเวที 14-16 มกราคม 56

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าจับมือรัฐบาลและ ศอ.บต. จัดแถลงความพร้อมการจัดการสัมมนานาชาติด้านอิสลาม ทั้งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อ 28 ธันวาคม 2555 และที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 4 มกราคม 2556 ก่อนเปิดเวทีเชิญปราชญ์มุสลิมและนักวิชาการอิสลามศึกษา 40 ประเทศ รวมถกอิสลามศึกษาในโลกที่เปลี่ยนแปลง : โอกาสและสิ่งที่ท้าทาย ซึ่งจะมีขึ้น ระหว่าง 14-16 มกราคม 2556 โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจจำนวนมาก

นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนรัฐบาล กล่าวถึงความคาดหวังของรัฐบาลจากการสัมมนาว่า ในอดีตจังหวัดปัตตานีเป็นศูนย์กลางการศึกษาศาสนาอิสลาม มาแต่ยุคโบราณ หรือที่รู้จักในนาม “ระเบียงแห่งเมกกะ” นักวิชาการนานาชาติ จึงเห็นพ้องกันว่าสมควรที่จะระดมนักปราชญ์ด้านอิสลามมาร่วมกำหนดทิศทางด้านอิสลามศึกษาที่จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นการเปิดมิติใหม่ด้านการศึกษาอิสลามศึกษาในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การสร้างความเข้มแข็งในหลักสูตรอิสลามศึกษานานาชาติ ที่จะให้มีความเท่าเทียมกับนานาชาตินั้น จำเป็นที่สถาบันการศึกษาจะต้องแสวงหาพันธมิตรทางวิชาการจากสถาบันอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันที่มีนักศึกษาไทยนิยมไปศึกษาเป็นจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัยอัลอัซฮาร์ ประเทศอียิปต์ มหาวิทยาลัยนานาชาติอัฟริกา ประเทศซูดาน และมหาวิทยาลัยอัลบัยต์ ประเทศจอร์แดน เป็นต้น ซึ่งการสร้างพันธมิตรทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เหล่านี้ได้ด้วยการร่วมมือทางวิชาการในรูปแบบต่างๆ จะเป็นประโยชน์ทั้งในการพัฒนาวิชาการด้านอิสลามศึกษา การสร้างมิตรภาพ และความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ การยกมาตรฐานด้านอิสลามศึกษา และ ยังส่งผลให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้ และสังคมโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่า การสัมมนาเรื่องอิสลามศึกษาในโลกที่เปลี่ยนแปลง : โอกาสและสิ่งท้าทาย เป็นโครงการต่อเนื่องจากการสัมมนาเมื่อปี 2553 ซึ่งก่อให้เกิด “ปฏิญญาปัตตานี” ที่เปิดโอกาสให้ได้รับรู้แนวคิดและประสบการณ์จากปราชญ์ด้านอิสลามศึกษานานาชาติจาก 40 ประเทศ และนักวิชาการอิสลามทั่วโลก ร่วม 700 คน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะแสวงหาพันธมิตรทางวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอิสลามศึกษาในประเทศไทยให้ยั่งยืน ซึ่งผลจากการสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยอิสลามศึกษา วิทยาเขตปัตตานี ให้ก้าวสู่ความเป็นนานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาอาเซียน หรือ Asean Education Hub ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิมและสร้างสังคมสันติสุข และสมานฉันท์ที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนใต้ในอนาคต

การจัดสัมมนาครั้งนี้ นอกจากจะมีกำหนดการเปิดสัมมนาในภาคเช้าของวันที่ 14 มกราคม 2556 โดย นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และการปาฐกถาพิเศษ โดยนักวิชาการด้านอิสลามศึกษาระดับโลกแล้ว ในภาคบ่ายจะเป็นการเปิดการสัมมนาโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และในวันที่ 15 มกราคม 2556 เป็นการนำเสนอผลงานวิชาการกว่า 20 หัวข้อ และกล่าวปิดการสัมมนาโดย รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา สำหรับในวันที่ 16 และ 17 มกราคม 2556 คณะผู้เข้าร่วมสัมมนาจะเดินทางไปเยี่ยมชมชุมชนมุสลิมในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะได้รับทราบความเป็นอยู่ของผู้นับถือศาสนาอิสลาม ที่อาศัยอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างมีความสุขและเสมอภาค

ด้าน ดร.ยูโซะ ตาเละ อำนวยการวิทยาลัยอิสลามศึกษา วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า วิทยาลัยอิสลามศึกษา เป็นสถาบันการศึกษาทางด้านอิสลามศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2533 ปัจจุบัน ได้ผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิตในสาขาต่างๆ ทางด้านอิสลามศึกษา เช่น สาขาวิชากฎหมายอิสลาม อิสลามศึกษา ครุศาสตร์อิสลาม เศรษฐศาสตร์และการจัดการในอิสลามและสาขาวิชาตะวันออกกลางศึกษา โดยมีการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยมีความมุ่งมั่นจะพัฒนาเข้าสู่ความเป็นวิทยาลัยอิสลามศึกษานานาชาติต่อไป การพัฒนาที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเปิดการเรียนการสอนอิสลามศึกษานานาชาติ ขึ้นโดยรับนักศึกษาไทยและต่างชาติเข้าศึกษาใช้ภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน ปัจจุบันมีนักศึกษาในโปรแกรมอิสลามศึกษานานาชาติจำนวน 125 คน มีนักศึกษาไทยจำนวน 101 คน และมีนักศึกษาต่างชาติอีก 24 คน จากประเทศจีน กัมพูชาและจากกลุ่มประเทศแอฟริกา

ส่วน ดร.พีระศักดิ์ รัตนะ ผู้แทน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นความภาคภูมิใจของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงมหาวิทยาลัยในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนหลายแห่งก็ยอมรับในความเข้มแข็งโดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และอยากเป็นพันธมิตรทางวิชาการด้วย เนื่องจากในปัจจุบันหลายประเทศ เช่น ประเทศมาเลเซีย ได้มีการบูรณาการวิถีของอิสลามกับวิทยาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ การจัดสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีวิชาการที่สำคัญที่จะช่วยในการขยายผล เพื่อนำสู่การยกระดับความรู้ในเรื่องศาสตร์ดังกล่าวแก่เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป

กำหนดการสัมมนา http://www.psu.ac.th/sites/default/files/INTERNATIONAL_CONFERENCE_SCHADULE_Update_4_Jan2013_1.pdf