ม.อ. คิดนวัตกรรมดูแลผู้สูงอายุตรวจจับการหกล้มลดภาระการดูแลโดยมีเนคเทคสนับสนุน

สถานวิจัยวิศวกรรมฟื้นฟู คณะวิศวกรรมศาสตร์ พัฒนานวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ โดยพัฒนาโปรแกรมเพื่อการจัดการข้อมูลภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิด เรียกดูภาพจากอินเตอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง และย้อนดูภาพจากล้องแต่ละตัวที่ติดตั้งไว้ หรือดูพร้อมกันทุกมุมได้ สะดวกต่อบุตรหลานที่สามารถดูได้จากที่ทำงาน หรือแพทย์ดูภาพจากโรงพยาบาล

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากอัตราการเกิด ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชากรวัยเด็กอายุ 0-14 ปี มีจำนวนลดลง ในขณะที่ประชากรวัยสูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป เพิ่มมากขึ้น โครงสร้างของประชากร จึงมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยปี 2550 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 7.1 ล้านคน แบ่งออกเป็นกลุ่มอายุ 60-69 ปี ร้อยละ 58.8 กลุ่มอายุ 70-79 ปี ร้อยละ 31.7 และกลุ่มอายุ 80 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 9.5

ผู้สูงอายุ ร้อยละ 89 สามารถทำกิจวัตรประจำวันเองได้ มีผู้สูงอายุ ร้อยละ 11.5 ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ ภาระเป็นของบุตร หรือคู่สมรส พบว่าภรรยาต้องดูแลสามีที่เป็นผู้สูงอายุชาย ร้อยละ 53.2 ในขณะที่สามี ต้องดูแลภรรยาที่เป็นผู้สูงอายุหญิง ร้อยละ 11.5 ปัญหาหลักคือการหกล้มหรือหมดสติ การหามาตรการเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมสูงอายุในประเทศไทย จึงมีความจำเป็น

ดร.นิคม สุวรรณวร ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถานวิจัยวิศวกรรมฟื้นฟู คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้พัฒนาโปรแกรมระบบประมวลภาพและวิเคราะห์ภาพเคลื่อนไหวเพื่อใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ โดยมีผู้ร่วมวิจัยคือ ผศ.ดร.พรชัย พฤกษ์ภัทรานนท์ ผศ.ดร.ขนิษฐา นาคะ และผศ.ดร.เนตรนภา คู่พันธ์ทวี

ทีมวิจัย ได้ใช้สถานที่มูลนิธิจงฮั้วสงเคราะห์คนชราอนาถา ถ.นิพัทธิ์อุทิศ 3 อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งในความดูแลจำนวน 55 คน มีอายุเฉลี่ย 70 ปี ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ 5 คน มีผู้ดูแล 5 คน ซึ่งเป็นภาระหนักและไม่พอเพียง เป็นกรณีศึกษา

ดร.นิคม สุวรรณวร กล่าวว่า โดยทั่วไปการดูแลผู้ป่วยจะใช้เซ็นเซอร์ประกอบกับวงจรอิเล็กทรอนิคส์ โดยผู้สูงอายุจำเป็นต้องติดตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่สะดวกสำหรับผู้สูงอายุตนจึงได้นำเทคโนโลยีcomputer vision และกล้องวงจรปิด มาประยุกต์ใช้ เนื่องจากปัจจุบันกล้องวงจรปิดแพร่หลายและมีราคาที่ถูกลง โดยพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการจัดการข้อมูลภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิด เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานดูภาพและวิเคราะห์ผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นกราฟสีแดงขึ้นสูงแสดงว่าผู้สูงอายุมีกิจกรรมการเคลื่อนไหว หรืออาจจะนอนไม่หลับ โดยติดตั้งระบบควบคุม พร้อมกล้องวิดีโอจำนวน 10 ชุด ในจุดต่างๆของสถานสงเคราะห์คนชรา ตรวจจับเหตุการณ์การหกล้ม โดยที่ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยอิสระ ระบบยังอออกแบบและพัฒนาให้สามารถเฝ้าระวังทางไกลเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน กล่าวคือสามารถจะดูได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตจึงสะดวกต่อบุตรหลานที่สามารถดูได้จากที่ทำงาน หรือเมื่อมีภารกิจไปต่างจังหวัด ผู้ดูแลสามารถเรียกดูภาพจากอินเตอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมง และย้อนดูภาพจากล้องแต่ละตัวที่ติดตั้งไว้ ทุกมุมได้อย่างชัดเจนในเวลาเดียวกัน

นางวันทนีย์ พันธชาติ ผู้อำนวยการโครงการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยดังกล่าวจะช่วยลดภาระในการที่ต้องเข้าไปดูแลผู้ป่วยทุกชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อผู้ดูแลไม่พอเพียง ถ้าเราเห็นการเจ็บป่วย ก็จะได้ประสานเบื้องต้นหรือตามแพทย์ได้ทันท่วงที รวมทั้งให้ความสะดวกกับแพทย์ผู้ดูแล ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลหรือคลินิก ก็ติดตามดูแลผู้ป่วยได้

ผศ.ดร.ขนิษฐา นาคะ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ร่วมศึกษาวิจัย กล่าวว่า ระบบดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการช่วยเหลือคนชราที่ไม่มีญาติ และไม่มีผู้ดูแล เกิดเหตุเมื่อไหร่ สามารถให้การช่วยเหลือที่รวดเร็ว ป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น เช่น ทางสมอง ซึ่งต้องการเวลาที่รวดเร็วมาก รวมทั้งจะได้ศึกษาจุดที่อาจเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุหกล้ม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกับคนชราคนอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็นจุดในบ้านพัก หรือสถานสงเคราะห์คนชรา

รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่จะมีศูนย์กลางการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการและพัฒนาคุณภาพชีวิต จึงจัดตั้ง สถานวิจัยวิศวกรรมฟื้นฟู เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ โดยมี รศ.บุญเจริญ วงศ์กิตติศึกษา เป็นผู้อำนวยการ