อธิการบดี เน้นให้ น.ศ.สร้างทักษะชีวิต เพื่อการอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่ ปี 2552 ของวิทยาเขตหาดใหญ่ ย้ำความเป็นสถาบันที่เน้นการสร้างทักษะชีวิต สังคม ทักษะทางวิชาการ และความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ

ในวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปี 2552 ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ เมื่อ 26 พฤษภาคม 2552 รองศาสตราจารย์ ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวแก่นักศึกษาใหม่ว่า การเข้าสู่รั้วสงขลานครินทร์ มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเริ่มต้นแห่งการเป็น “ลูกพระบิดา” สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ และมีการวางเป้าหมายของชีวิตตามพระราชปณิธานของพระองค์ ที่ทรง “ให้ถือประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ซึ่งในความเป็นนักศึกษาสามารถทำได้โดยการใช้วิถีแห่งวิชาชีพที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา เช่น ถ้าเป็นด้านการแพทย์ ก็จะใช้วิชาชีพแพทย์ ช่วยเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากความเจ็บป่วย ถ้าเป็นนักกฎหมาย ก็จะเป็นนักกฎหมายเพื่อสร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน ของคนทุกชั้น และ หากเป็นวิศวกร ก็เป็นวิศวกรที่ทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมวลมนุษย์ เป็นต้น ซึ่งหากทำได้แล้วสิ่งที่จะได้คือ “ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพให้บริสุทธิ์” พระราชปณิธานดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่เราต้องน้อมนำเอาไว้ตลอดชีวิต

อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ขอให้ศรีตรังช่อใหม่ทุกคนรำลึกว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” เหมือนกับครอบครัวที่แยกกันอยู่ในจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ เพราะนอกจากนักศึกษาใหม่จำนวน 4,000 คนในห้องประชุมนี้แล้ว ทุกคนยังมีเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันที่วิทยาเขตปัตตานีอีก 2,200 คน ที่วิทยาเขตภูเก็ตอีก 900 คน วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี 700 คน และเขตการศึกษาตรัง 900 คน ซึ่งล้วนเป็นช่อศรีตรังช่อใหม่ทั้งสิ้น ครอบครัวนี้จะเชื่อมโยงกันเป็นครอบครัวเดียวกัน และมีจิตรำลึกถึงกัน ด้วยการร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น ด้านการกีฬา และการเรียน นักศึกษาจะมีเพื่อนร่วมเรียนวิชาเดียวกันจากต่างวิทยาเขต ด้วยการใช้ระบบสารสนเทศในวิชาพื้นฐานบางวิชา การที่สามารถเรียนข้ามวิทยาเขตได้ในภาคฤดูร้อน ซึ่งทำให้นักศึกษาเปลี่ยนสถานที่เรียน และพบเพื่อนในวิทยาเขตอื่นๆ ได้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นคุณภาพทางวิชาการ ซึ่งผู้เรียนต้องมีความเข้มแข็งมุ่งมั่น แต่อีกด้านหนึ่ง มหาวิทยาลัยต้องการสร้างศิษย์ให้เป็นผู้มีจิตสาธารณะ มีคุณธรรม ดังนั้น ก่อนที่จะจบการศึกษาและมีสิทธิ์ได้รับพระราชทานปริญญาบัตร นักศึกษาทุกคนต้องทำกิจกรรมอย่างน้อย 100 ชั่วโมง หรือ 17 กิจกรรม จะได้เรียนวิชากิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ

ด้านร่างกายก็เป็นส่วนสำคัญ “สงขลานครินทร์” กำลังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการออกกำลังกาย เพราะทุกวิทยาเขตกำลังจะเกิดศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ เพื่อการมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เมื่อรวมกันระหว่างการมีความเข้มแข็งทางวิชาการ การมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด การทำกิจกรรมที่เน้นสาธารณะประโยชน์ ความมีคุณธรรม และการได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการสร้างเยาวชนให้มีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ส่วน คือ กาย ใจ และสติปัญญา

ในปีนี้ นักศึกษาใหม่ทุกคนทั้ง 5 วิทยาเขต จะได้รับหนังสือ 2 เล่ม คือ “วิธีแก้เซ็ง สร้างสุข” ของ ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี และ “ทักษะวัฒนธรรม” จัดพิมพ์โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ซึ่งเนื้อหาจะมีส่วนช่วยให้นักศึกษาของ “สงขลานครินทร์” ทุกคนดำรงอยู่โดยมีทักษะทางสังคม ที่อยู่บนพื้นฐานของการเคารพในความเสมอภาคของเพื่อนมนุษย์ ความเอื้อเฟื้อและปรารถนาดีต่อกัน และทักษะแห่งชีวิต ที่ช่วยให้นักศึกษาได้มองชีวิตอย่างมีความสุข มองโลกในแง่ดี สามารถสร้างประกายความหวังให้เกิดขึ้นเมื่อเกิดความท้อแท้ ซึ่งจะทำให้เกิดความสุข และสนุกกับชีวิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์