เครือข่ายวิจัย

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีนโยบายในการส่งเสริมให้งานวิจัยมีทิศทางที่ชัดเจนและรองรับบัณฑิตศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำผลการวิจัยมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงทั้งการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม การสนับสนุนบัณฑิตศึกษา รวมทั้งการนำผลมาใช้ในการแก้ปัญหา พัฒนาชุมชนหรือสังคม และตอบสนองวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย (Research-oriented University)

ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองต่อนโยบายมหาวิทยาลัยดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัยขึ้น โดยแบ่งเครือข่ายการวิจัยออกเป็น 4 ประเภท คือ สาขาความเป็นเลิศ สถานวิจัยความเป็นเลิศ สถานวิจัย และหน่วยวิจัย

ทั้งนี้เพื่อเกิดการประสานความร่วมมือและส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายการวิจัย มหาวิทยาลัยจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัย (MOU) ขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียด และข้อตกลงต่างๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัย โดยมี มหาวิทยาลัย วิทยาเขต และคณะที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง

โดยในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมีเครือข่ายการวิจัย ที่ได้รับการอนุมัติทุนสนับสนุนการจัดตั้งเครือข่ายการวิจัย ตามบันทึกข้อตกลง ( MOU) แล้ว ดังนี้

สาขาความเป็นเลิศ (Discipline of Excellence ; DoE)
  1. ชีวเคมี
  2. อุตสาหกรรมเกษตร
  3. อิสลามศึกษา
  4. ระบาดวิทยา
  5. เภสัชศาสตร์
  6. วิศวกรรมเคมี
สถานวิจัยความเป็นเลิศ (Center of Excellence ; CoE)
  1. สถานวิจัยจีโนมและชีวสารสนเทศ
  2. สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ
  3. สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย
  4. ศูนย์เครือข่ายความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยีภาคใต้
  5. สถานวิจัยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยียางพารา
  6. สถานวิจัยความเป็นเลิศระบบนำส่งยา
  7. สถานวิจัยความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ
  8. ศูนย์วิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อแข็งเพื่อกะโหลกศีรษะใบหน้าและขากรรไกร
สถานวิจัย (Research Center ; RC)
  1. สถานวิจัยพืชกรรมปาล์มน้ำมัน
  2. สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน
  3. สถานวิจัยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีน้ำมันปาล์ม
  4. สถานวิจัยพื้นที่ชุ่มน้ำ
  5. สถานวิจัยสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
  6. สถานวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย
  7. สถานวิจัยวิศวกรรมวัสดุ
  8. สถานวิจัยเทคโนโลยีพลังงาน
  9. สถานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
  10. สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมนเบรน ระยะที่ 2
  11. สถานวิจัยการวิเคราะห์สารปริมาณน้อยและไบโอเซนเซอร์
  12. สถานวิจัยศูนย์ศึกษาความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
  13. สถานวิจัยวิศวกรรมฟื้นฟู
  14. สถานวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  15. สถานบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.)
หน่วยวิจัย (Research Unit; RU)
  1. หน่วยวิจัยวัสดุศาสตร์
  2. หน่วยวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติทางทะเล
  3. หน่วยวิจัยวัสดุและสิ่งประดิษฐ์มัลติฟิสิกส์
  4. หน่วยวิจัยสมุนไพร
  5. กลุ่มวิจัยฟองยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ
  6. หน่วยวิจัยเทคโนโลยีการบำบัดมลพิษสิ่งแวดล้อม
  7. หน่วยวิจัยเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารทะเลในระดับ SME-OTOP
  8. หน่วยวิจัยเภสัชกรรมเชิงโมเลกุล
  9. หน่วยวิจัยพลาสติกชีวภาพ
  10. กลุ่มวิจัยสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากพืชป่าชายเลนและสารสังเคราะห์
  11. หน่วยวิจัยปาล์มน้ำมัน ม.อ.สุราษฎร์ธานี
  12. หน่วยวิจัยเทคโนโลยีสีเขียว
  13. หน่วยวิจัยวัสดุผลึก
  14. หน่วยวิจัยการคลอดวิถีธรรมชาติ
  15. หน่วยวิจัยพอลิเมอร์ทางเภสัชทางเภสัชกรรมและชีวการแพทย์
  16. หน่วยวิจัยสตาร์ชและเส้นใยธรรมชาติ
  17. หน่วยวิจัยเพศวิถีและการพัฒนาสังคมเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศไทย
  18. หน่วยวิจัยชีววิทยาของเนื้องอก

กลุ่มวิจัยฟองยางธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ

เว็บไซต์ : http://www.nrfoam.org/

เป็นกลุ่มวิจัยที่เน้นการวิจัยด้านฟองยางธรรมชาติ โดยต้องการเน้นในแง่มุมที่จะทำความเข้าใจในกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องไปถึงระบบการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ดังนั้นการวิจัยจึงหลากหลายเพื่อที่จะคลอบคลุมถึงระบบการเตรียมน้ำยางคอมเปาวด์ การเกิดฟองยางธรรมชาติ การควบคุมการผลิต การควบคุมคุณสมบัติ และคุณภาพ ไปจนถึงผลของปัจจัยทางการผลิต และอื่น ๆ ที่มีผลต่อคุณสมบัติของฟองยางธรรมชาติ

นอกจากนี้แล้วยังมีการวิจัย ที่เกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากยางธรรมชาติ และการปรับปรุงการผลิตในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ เป็นต้น

ศูนย์เครือข่ายความเป็นเลิศด้านนาโนเทคโนโลยีภาคใต้

เว็บไซต์ : http://www.nanotec.psu.ac.th

Center of excellence in Nanotechnology at Prince of Songkla University was established in 2006 under the collaboration among researcher from three faculties; Sciences, Pharmacy and Engineering. Today, the research in Nanotechnology is actively carried out in Thailand because we cannot deny advance Technology in this century. Our main focus is on Nano-Materials as we group together we hope that we can stimulate and generate the research atmosphere and activities. Also the expansion of graduate studies can generate the opportunities to keep pace with advances in Nanotechnology.

The strength of our group arises from our well qualified members and the excellent facilities for teaching ad research. The group currently has over 20 academic staff members. Further expansion of the group is expected to continue for the near future. We also welcome other disciplines and member staff from other universities nationally or internationally. With these members, the group maintains a rigorous research environment with activities spanning both traditional and new emerging areas of research in Nanotechnology.

Multidisciplinary research in Nanotechnology is fostered and in particular, the unique combination of physical and biological Sciences promotes synergy and offers new initiatives in research. Our research efforts have resulted in over 10 publications in leading journals every year.

The group will maintain robust ties with the industry and oversea institutes through collaborative research as well as students exchange program.

สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย

เว็บไซต์  http://www.sc.psu.ac.th/units/cbipt/index.html

สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย (Excellence Center for Biodiversity of Peninsular Thailand)

สถานวิจัยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยียางพารา

เว็บไซต์  http://www.coe-nr.org/

ข้อมูลทั่วไป

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกยางใหญ่ที่สุดของประเทศ มีนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพอลิเมอร์ซึ่งมีศักยภาพในการวิจัยด้านยางพาราอยู่จำนวนมาก และได้มีการวิจัยและพัฒนาด้านยางพาราเป็นเวลานานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะทีมวิจัยจากภาควิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในสภาวะปัจจุบันนักวิจัยของภาควิชายังมีงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและมีการขยายขอบเขตงานวิจัยในเรื่องการดัดแปลงโมเลกุล การเตรียมยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก และการพัฒนากระบวนการผลิตน้ำยางในระดับกลุ่มเกษตรกร เป็นต้น ดังนั้นการจัดตั้งสถานวิจัยความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยียางพาราจึงมีความสำคัญและจำเป็น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้พัฒนางานวิจัยให้มีทิศทางที่เหมาะสมภายใต้การสนับสนุนที่เพียงพอ เพื่อจะได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่มีความเหมาะสม ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม และกลุ่มเกษตรกรหรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อการผลิตยางพาราในทุกรูปแบบให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่า ขยายขอบเขตการใช้งานยางพารา เพื่อนำไปสู่รายได้ต่อหน่วยของยางพาราที่มากขึ้น มูลค่าการส่งออกที่มากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม

สถานวิจัยจีโนมและชีวสารสนเทศ

เว็บไซต์ : http://www.sc.psu.ac.th/units/genome/CGBR/index.html

ข้อมูลทั่วไป

สถานวิจัยจีโนมและชีวสารสนเทศ มีวัตถุประสงค์สร้างความเข้มแข็งให้กับการวิจัยด้านจีโนม การถอดรหัสพันธุกรรมและสร้างฐานข้อมูลจีโนม สร้างเครือข่ายงานวิจัยโดยเป็น hub ด้านจีโนมและชีวสารสนเทศให้กับกลุ่มวิจัยอื่น พัฒนางานวิจัยไปสู่การนำไปใช้ประโยชน์ เผยแพร่ผลงานวิจัย สร้างบุคลากรให้มีความรู้เชิงบูรณาการ และสร้างความเข้มแข็งให้กับศาสตร์ใหม่คือ ชีวสารสนเทศ โดยมีเป้าหมายงานวิจัยหลัก คือ จีโนมและชีวสารสนเทศทางการเกษตร (จะเน้นเกี่ยวกับ กุ้ง ยาง และปาล์มน้ำมัน) จีโนมและชีวสารสนเทศทางการแพทย์ เป็นต้น

สถานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ

เว็บไซต์  http://portal.in.th/nprc/pages/main/

ข้อมูลทั่วไป

เป็นการรวมกลุ่มนักวิจัยสหสาขาของคณะวิทยาศาสตร์เข้ามาอยู่ใสถานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เพื่อร่วมกันศึกษาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติโดยมีผลงานทางวิชาการที่มีการค้นพบองค์ความรู้ใหม่และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติและนักวิจัยในกลุ่มได้รับทุนสนับสนุนทั้งภายในและภายนอกให้ดำเนินการวิจัยด้านผลิตภัณฑ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมของห้องปฏิบัติการ และครุภัณฑ์ที่จะใช้ทำการวิจัยเพื่อเสริมศักยภาพของบุคลากรให้สนองต่อเป้าประสงค์ข้อที่ 1 ของ มหาวิทยาลัยที่มุ่งจะเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยกล่าวคือ เพื่อเสริมสร้างคุณค่างานวิจัยให้เป็นแก่นความรู้เฉพาะทางที่เป็นเลิศ และพัฒนาให้เกิดรูปธรรมของนวัตกรรมสำหรับขับเคลื่อนอนาคตและก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำและเป้าประสงค์ข้อที่ 2 ได้แก่ เพื่อเสาะหาวิชชาอันก่อเกิดเป็นทุนวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่มหาวิทยาลัยวิจัยสามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่ชุมชนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับนานาชาติ รวมทั้งสามารถผลิตบัณฑิตได้มากขึ้น

สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ

ที่อยู่: สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเสริม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112
โทรศัพท์: 074-286301
โทรสาร : 074-212889
เว็บไซต์ http://nff.psu.ac.th/en/index.php

ข้อมูลทั่วไป

สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพจัดตั้งขึ้นโดยผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ 286 (1/2549) เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 และได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Agreement; MoU) ระหว่างสถานวิจัยฯ คณะอุตสาหกรรมเกษตร และมหาวิทยาลัย ลงนามโดยนายกสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549

สถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพเป็นการรวมกลุ่มของนักวิจัยจากคณะต่าง ๆ ในสาขาที่เกี่ยวกับสุขภาพ 6 คณะ อันประกอบด้วย นักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตรซึ่งเป็นแกนนำ คณะเภสัชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ คณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาการจัดการซึ่งนักวิจัยของแต่ละคณะจะมีความถนัดและความเชี่ยวชาญเฉพาะ คือ คณะอุตสาหกรรมเกษตรเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตและการผลิตวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะเภสัชศาสตร์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้สารอาหาร สมุนไพรและยา, Cell Line, Animal and Clinical Studies ของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ คณะทรัพยากรธรรมชาติจะเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเพาะปลูกและการปรับปรุงพันธ์พืชสมุนไพรที่เป็นปัจจัยการผลิต คณะวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการทดสอบปฏิกิริยา สรรพคุณ และการตรวจสอบความเป็นพิษ คณะแพทยศาสตร์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้เพื่อการรักษาพยาบาลและการบำบัดโรค และคณะวิทยาการจัดการเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการศึกษาผู้บริโภคและด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ โดยร่วมมือกับนักวิจัยจากสถาบันภายนอกมหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพให้เกิดความเข้มแข็งและมีทิศทางไปในทางเดียวกัน นำไปสู่การขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ ออกสู่ตลาดทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

สถานวิจัยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีน้ำมันปาล์ม

เว็บไซต์ :  www.poptec.psu.ac.th

ข้อมูลทั่วไป

คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของอุตสาหกรรมปาล์มและน้ำมันปาล์มที่มีต่อชุมชนภาคใต้ จึงได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มที่มีต่อชุมชนภาคใต้ จึงได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันปาล์มอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และเมื่อปี พ.ศ. 2544 ได้จัดตั้งกลุ่มวิจัยในสาขาความเป็นเลิศด้านน้ำมันปาล์มโดยทำงานวิจัยหลักๆ คือการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์ม การใช้ประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือและการบำบัดน้ำเสีย และการใช้เทคโนโลยีสะอาดในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม มีผลงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ และงานวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ คณะอุตสาหกรรมเกษตรจึงประสงค์จะจัดตั้งสถานวิจัยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขึ้นเพื่อจะได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหรรมปาล์มน้ำมันมากขึ้น

สถานวิจัยพืชกรรมปาล์มน้ำมัน

เว็บไซต์  http://www.natres.psu.ac.th/Researchcenter/palm/palm_index.htm

ข้อมูลทั่วไป

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 ในชื่อ ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน ซึ่งขึ้นตรงกับสำนักวิจัยและพัฒนา ต่อมาในปี 2544 ได้โอนย้ายหน่วยงานด้านเขตกรรม มายังคณะทรัพยากรธรรมชาติ จึงได้ปรับเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตปาล์มน้ำมัน ภายใต้โครงการจัดตั้งฝ่ายวิจัยและบริการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีภาระงานวิจัยและพัฒนาเน้นทางด้านเขตกรรมของปาล์มน้ำมัน รวมถึงงานด้านเศรษฐศาสตร์และการตลาดโดยมีการทำงานวิจัยร่วมมือกันกับหน่วยงานต่างๆ ในคณะทรัพยากรธรรมชาติและมีการร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยอื่นๆด้วย นอกจากนั้นยังมีหน้าที่หลัก ในการสนับสนุนการเรียนการสอนในคณะทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมัน และให้บริการวิชาการด้านปาล์มน้ำมันแก่เกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน นักวิชาการเกษตร นักส่งเสริมการเกษตรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาปาล์มน้ำมันและผู้สนใจทั่วไป

สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน ระยะที่ 2

เว็บไซต์  http://www.membrane.psu.ac.th

ข้อมูลทั่วไป

สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการรับทุนพัฒนาบุคลากรของ ทบวงมหาวิทยาลัยในปี 2539 เพื่อศึกษาวิจัยด้านชีวฟิสิกส์ และเมมเบรนเทคโนโลยี ภายใต้ความช่วยเหลือของ UNESCO Centre for Membrane Science and Technology, University of New South Wales และในปีเดียวกันได้เริ่มจัดตั้งเป็น “ กลุ่มวิจัยชีวฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน”

จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ปัญหาน้ำทะเลรุกแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ชายฝั่ง และปัญหาแหล่งน้ำธรรมชาติที่ปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ทำให้น้ำดื่ม / น้ำใช้ในธรรมชาติขาดคุณภาพ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน กลุ่มวิจัยจึงมีหารศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเมมเบรน เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการด้านคุณภาพน้ำดื่มในระยะแรก โดยมีการวิจัยและพัฒนาเมมเบรน เพื่อการแยกอนุภาคระดับไมโครถึงนาโน และในปี 2545 สภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้อนุมัติให้จัดตั้งเป็น “ สถานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมมเบรน” โดยคณะกรรมการดำเนินงานวิจัย ปฏิบัติงานตามแผนงานซึ่งทำข้อตกลงไว้ต่อสภามหาวิทยาลัย

เพื่อเสริมงานบัณฑิตศึกษาและพัฒนาบุคลากรให้รู้เท่าทันมากขึ้นประสานงานกับมหาวิทยาลัยในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อจัดประชุมวิชาการระดับภูมิภาค นับเป็นการเปิดโลกทัศน์ด้านวิจัยให้แก่นักศึกษาและบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการ

นอกจากนี้ มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดโอกาสให้บุคลากรได้ฝึกฝนการจัดการความรู้และมีส่วนร่วมในงานบริการวิชาการ เป็นการทำงานร่วมกันของบุคลากรหลายสาขาวิชาจึงกล่าวได้ว่าการพัฒนางานของกลุ่มวิจัยตั้งแต่ปีที่เริ่มต้นจนกระทั่งพัฒนามาสู่การจัดตั้งเป็นสถานวิจัยฯ เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างคณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบัณฑิตศึกษาอย่างมีบูรณาการ

สถานวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย

เว็บไซต์ : https://www.cnr.psu.ac.th/cnr

สถานวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย

สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน

เว็บไซต์  http://www.biodiesel.eng.psu.ac.th

ข้อมูลทั่วไป

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ศึกษาวิจัยด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานลม แก๊สชีวภาพ และอื่น ๆ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และศึกษาวิจัยด้านน้ำมันปาล์มในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน แต่ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนคือ เมื่อ ปี พ.ศ. 2526 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินการพัฒนาอุปกรณ์หีบน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก และในปี 2527 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เริ่ม โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็กตามพระราชดำริ และได้ดำเนินการวิจัยอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ในด้านไบโอดีเซลนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เริ่มศึกษาวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และจากการกำหนดแผนพัฒนามหาวิทยาลัย (ปี 2546-2549) ที่สนับสนุนการจัดตั้งสถานวิจัยเฉพาะทาง เพื่อให้ทิศทางการวิจัยประเภทที่มีลักษณะเฉพาะมีความชัดเจนมากขึ้น และสามารถรองรับงาน บัณฑิตศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้จัดตั้งสถานวิจัยและพัฒนา พลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมันขึ้น เพื่อศึกษาและพัฒนาตั้งแต่เทคโนโลยีการแปรรูป น้ำมันปาล์มของภาคเกษตรกรและอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลงานต่อเนื่องมาจากงานวิจัยในหลายโครงการ ของโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซล เช่น การสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล ขนาด 1,000 ลิตรที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในปี 2545 การสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล ขนาด 400 ลิตร ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง ฯ จ.นราธิวาส ในปี 2546 และงานวิจัยการนำเอาไขน้ำมันปาล์มจากบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมาผลิตเป็นไบโอดีเซล เป็นต้น ตลอดจนการทดสอบการใช้น้ำมันปาล์มและเมทิลเอสเตอร์ ในเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งหลายโครงการได้รับทุนสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากมูลนิธิชัยพัฒนาเงินกองทุนพระราชทานและสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร) รวมทั้งจากเงินรายได้ของทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมันในปัจจุบัน ได้ขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลเพื่อการวิจัยมากขึ้นเป็นประมาณ 5,000 ลิตรต่อสัปดาห์ สร้างชุดสาธิตการผลิตไบโอดีเซลแบบต่อเนื่องเพื่อแสดงให้ผู้สนใจสามารถเข้าใจกระบวนการผลิตไบโอดีเซลอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นทำการศึกษาการผลิตไบโอดีเซลจากวัตถุดิบชนิดต่าง ๆ เช่น กรดไขมัน และไขสบู่ ศึกษาการผลิตไบโอดีเซลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นของแข็ง การใช้ไมโครเวฟในการผลิตไบโอดีเซล และอื่น ๆ นอกจากนั้นยังได้รับงานการศึกษาวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์ ปริมาตร 10,000 ลิตร/วันของจงหวัดกระบี่ และโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาโรงงานต้นแบบการผลิตพลังงานทดแทนไบโอดีเซลปริมาตร 10,000 ลิตร/วัน ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย

ความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของสถานวิจัยฯ คือการได้มีโอกาสถวายรายงานต่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้เสด็จฯ มาทอดพระเนตรผลงานวิจัยที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2549และในฐานะองค์ประธานกรรมการ มูลนิธิชัยพัฒนาได้ทรงพระกรุณาอนุมัติเงินทุนวิจัยให้สถานวิจัยฯ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านไบโอดีเซลเพื่อการแข่งขัน อันจะเป็นต้นแบบให้เกิดแนวทางการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า100,000 ลิตรต่อวันต่อไป

สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

หน่วยวิจัยพลาสติกชีวภาพ

เว็บไซต์ http://www.sc.psu.ac.th/Department/POLYMER-plastic

วัตถุประสงค์

  • พัฒนานักวิจัยด้านพลาสติกชีวภาพและสร้างทีมวิจัย
  • สร้างความเข้มแข็งให้กับบัณฑิตศึกษาด้านพลาสติกชีวภาพ
  • พัฒนาพลาสติกชีวภาพให้กับอุตสาหกรรมพลาสติกในประเทศ

เป้าหมาย

  • มีผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ/สิทธิบัตรด้านพลาสติกชีวภาพ
  • มีการนำผลงานไปใช้ประโยชน์
  • ผลิตบัณฑิตวิจัยด้านพลาสติกชีวภาพ
  • มีเครือข่ายวิจัยภายในประเทศและต่างประเทศ

หน่วยวิจัยเภสัชกรรมเชิงโมเลกุล

เว็บไซต์  http://mp.pharmacy.psu.ac.th

ข้อมูลทั่วไป

แนวคิดหลักในการจัดตั้งหน่วยวิจัย Molecular Pharmaceutics คือการสร้างกลไกที่สามารถเอื้อให้เกิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ของนักวิจัยซึ่งมีความสนใจร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การศึกษาในระดับโมเลกุลเพื่อเป็นแนวทางในการคิดค้นและพัฒนายา ซึ่งอาจเป็นการหาโครงสร้างหรือ scaffold ใหม่ รวมถึงการพัฒนายาที่มีอยู่แล้วให้มีคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี หรือ bioavailability ที่ดีขึ้นโดยกระบวนการทางเคมีและ/หรือเภสัชกรรม ตลอดจนการหาฤทธิ์ใหม่หรือศึกษาผลข้างเคียงที่ยังไม่มีการรายงานของยา ซึ่งต้องอาศัยศาสตร์ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ในการศึกษาถึง drug target หรือ receptor ของยาที่เป็นที่สนใจ ศาสตร์ทางด้านเคมีในการสังเคราะห์หรือพัฒนายาโครงสร้างใหม่ ศาสตร์ทางด้านเคมีวิเคราะห์ เพื่อศึกษาถึงเภสัชจลนศาสตร์ของยาที่สนใจ และศาสตร์ทางด้านเภสัชกรรมในการพัฒนาให้ได้ตำรับยาที่ดีและมีคุณภาพ คณะเภสัชศาสตร์เป็นสถาบันการศึกษาและวิจัยที่มีบทบาทโดยตรงในการสร้างและพัฒนางานวิจัยด้านต่างๆ การถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ รวมไปถึง ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคและเสริมสร้างสุขภาพได้แก่ การวิจัยด้านการคิดค้นและพัฒนายาใหม่ การพัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบจะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการคิดค้นและพัฒนายาแนวใหม่

สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.)

เว็บไซต์  http://www.rdh.psu.ac.th

สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยความร่วมมือและการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ความคิดในการก่อตั้งเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.2546 เพื่อขยายศักยภาพของนักวิชาการในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะภาคใต้ หลังจากการพิจารณาข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย การก่อตั้งสำเร็จเรียบร้อยและเริ่มทำงานตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2547

สถานวิจัยความเป็นเลิศระบบนำส่งยา

ที่อยู่: สถานวิจัยความเป็นเลิศระบบนำส่งยา ชั้น 3 อาคารศูนย์ศึกษาและวิจัยเภสัชภัณฑ์ทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112 โทรศัพท์/ โทรสาร: +66(0) 7428 8979

เว็บไซต์  http://dds.pharmacy.psu.ac.th

สถานวิจัยความเป็นเลิศระบบนำส่งยา ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2550 เพื่อศึกษา วิจัยและพัฒนาระบบนำส่งยา การพัฒนารูปแบบนำส่งยาใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย

ลักษณะงาน
1. สร้างผลงานวิชาการที่มีคุณภาพ เกี่ยวกับระบบนำส่งยา
2. พัฒนานักวิจัยด้านระบบนำส่งยา
3. พัฒนาระบบนำส่งยาให้กับบริษัทอุตสาหกรรมยาในประเทศ
4. เพิ่มศักยภาพการทำงานเป็นทีมและสร้างเครือข่ายการวิจัย
5. ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
6. สร้างความร่วมมือในลักษณะกลุ่มภารกิจกับอุตสาหกรรม
7. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพา